
การทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำคลอง การปล่อยน้ำเสียที่มีสารเคมีปนเปื้อนโดยมิได้บำบัด จนทำให้เกิดน้ำเน่าเสียนั้นกลายเป็นเรื่องที่เราต่างรับรู้และช่วยกันแก้ปัญหากันมาเป็นเวลานาน หากแต่วันนี้ปัญหามันได้ลุกลามใหญ่โตไปไกลกว่านั้นแล้ว อันเนื่องมาจากเรามีเหตุและปัจจัยอื่นๆ มาเร่งให้เราต้องสูญเสียแหล่งน้ำบริสุทธ์ไปเร็วขึ้น นั้นคือ ความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมอย่างหนัก ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำมากขึ้นอย่างรวดเร็วจากทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและบ้านเรือน อุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น รวมถึงการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำที่มากขึ้น ส่งผลให้การไหลเวียนของกระแสน้ำตามธรรมชาติต้องเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อระดับน้ำในแม่น้ำแล้วยังเป็นการทำลายการขยายพันธุ์ของปลานานาชนิดด้วย สิ่งที่น่าห่วงมากก็คือ ประชากรโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 6,000 ล้านคนในปัจจุบันอาจเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านคนในอีกไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า หากเรายังใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือยและสร้างมลพิษทางน้ำต่อไป ถึงวันที่ไม่เหลือน้ำให้ใช้ก็คงโทษใครไม่ได้
จากรายงาน World’ s Top River at Risk ในวันน้ำโลกหรือ World Water Day (วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี) ได้ประกาศรายชื่อแม่น้ำสายหลักที่กำลังเหือดแห้งดังนี้ 5 สายแรกอยู่ในทวีปเอเชีย คือ แม่น้ำแยงซี แม่น้ำแม่โขง แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำคงคา และแม่น้ำอินดู ส่วนอีก 5 สาย อยู่ในทวีปยุโรป อเมริกา แอฟริกา และออสเตรเลีย ตามลำดับ คือ แม่น้ำดานูบ แม่น้ำลาพลาต้า แม่น้ำริโอแกรนด์/ริโอ บราโว แม่น้ำไนล์ เลค วิคตอเรีย และเมอร์รี่ ดาร์ลิ่ง 5 WWF ได้ทำการสำรวจและบันทึกสถิติการถูกทำลายของแม่น้ำสายหลัก จำนวน 164 สายทั่วโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 จนถึงปัจจุบันพบว่า แม่น้ำ 20% เริ่มถูกทำลายตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 และมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเหลือแม่น้ำที่เป็นแหล่งน้ำในโลก เพียง 68 สายในปี ค.ศ.1990 และตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 ไปจนถึงปี ค.ศ. 2020 แม่น้ำจะถูกทำลายลงไปอีกไม่ต่ำกว่า 15 สาย เรากำลังนับถอยหลังสู่ยุคของการ
ขาดแคลนน้ำอย่างแท้จริง แค่คิดก็คอแห้งผากแล้ว
ที่มา : นิตยสาร OOM ฉบับเดือนพฤษภาคม 2550 http://www.thaienergynews.com/ArticleShowDetail.asp?ObjectID=1
วันที่ : 28/5/2550

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น