
จริงหรือ ที่ ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ จะเดินทางร่วมกับ ความเจริญรุ่งเรืองของสังคงเมือง ?
ท่ามกลางความเจริญของเมืองใหญ่ ที่ผู้คนให้ความสนใจและได้รับความสะดวกสะบายจนเคยตัว ไม่ว่าคุณจะทำสิ่งใด ก็พึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งนั้น จนไม่คำนึงถึงสิ่งที่มีอยู่ก่อนเก่าว่ากำลังจะสูญเสียไปเท่าไหร่
พื้นที่ป่าไม่ธรรมชาติถูกทำลายไม่รู้ต่อกี่ไร่ ใน 1 ปี นั่นทำให้ระบบนิเวศน์เกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบต่อเราในหลายๆ ด้าน สัตว์ป่าที่ล้มตาย อากาศที่ร้อนขึ้น น้ำที่มีสิ่งเจือปน อากาศมีเต็มไปด้วยมลพิษ ที่กล่าวมาล้วนเป็นผลเสียต่อเราทั้งนั้น แล้วทำไมเราจึงไม่รักษามันเอาไว้
จะเลือกอะไร ระหว่างความสะบาย กับ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ?

2 ความคิดเห็น:
"..ความสบายที่แท้จริง จะเกิดก็ต่อเมื่อเราได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของเราขึ้นมาแล้ว.."
"ความสบายที่แท้จริง" ณ ที่นี้ ไม่ได้หมายถึง การมีเทคโนโลยีที่ครบครัน หรืออะไรก็ตามที่นำมาซึ่งความสะดวกสบายตามความต้องการของความรู้สึก แต่ความสบายที่แท้จริงก็คือ "การที่เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี" อันเนื่องมาจากการมีมโนสำนึกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และสังคม เพราะ หากเรารู้จักห่วงใยสภาพแวดล้อม สิ่งต่างๆแล้ว เราก็จะค้นพบว่า"ความสุขสบายที่แท้จริง"คือ"การได้อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างมีความสุข" และดำเนินไปในระยะเวลาที่สมควรจะเป็น หากใครตัดสินใจที่จะเลือกเอาความสบายมาก่อนการมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้วล่ะก็..สักวันคุณก็จะเห็นว่า สิ่งที่มันควรจะเป็นไปตามกาลเวลา มันจะมาผิดที่ผิดเวลา ซึ่งมันคือผลลัพธ์ของการที่คุณตัดสินใจเลือก "ความสบายเพียงชั่วขณะ" โดยไม่ไตร่ตรองถึงผลที่จะตามมาในอนาคต
เป็นบทความที่ดีค่ะ
สอนให้เราคิดหลายอย่างเลย
ว่างๆๆก็ไปแนะนำเราบ้างนะค่ะ
http://hazardground.blogspot.com/
แสดงความคิดเห็น